Caucasus Tour ทัวร์คอเคซัส 12 วัน
ทัวร์คอเคซัส อาร์เซอร์ไบจัน จอร์เจีย และ อาร์เมเนีย
ภูมิภาคคอเคซัส หรือรู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า ทรานส์คอเคเซีย (Transcaucasia) ในยุคสมัยสหภาพโซเวียต ยึดครอง ดินแดนแถบนี้ถือเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกและเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของภูมิภาคนี้เป็นเสมือนสะพานเชื่อมอารยธรรมของซีกโลกตะวันตกและซีกโลกตะวันออกมาตั้งแต่ในอดีต เป็นเส้นทางผ่านและจุดแวะพักสำคัญบนเส้นทางการค้าสายไหม (Silk Road) จวบจนกระทั่งปัจจุบัน ความสำคัญของดินแดนแถบนี้ก็ไม่ลดน้อยถอยลง ถูกเรียกขานว่าเป็น ‘ประเทศสองทวีป’
ภูมิภาคคอเคซัส ประกอบด้วย จอร์เจีย อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน ทั้งสามประเทศได้ซึมซับรับเอารากเหง้าทางศิลปวัฒนธรรมและการเมืองการปกครองที่ผูกพันกับทวีปยุโรปซีกโลกตะวันตกมากกว่าซีกโลกตะวันออกอย่างเอเชีย อันดูได้จากอาคารสถาปัตยกรรมต่างๆ และศาสนสถานเก่าแก่มากมายที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ความโดดเด่นที่ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของดินแดนแถบนี้คือ ผลไม้ท้องถิ่น อาทิเช่น จอร์เจียคู่กับองุ่น เป็นบ้านเกิดของไวน์ อาร์เมเนียคู่กับ ทับทิม เป็นบ้านเกิดของน้ำทับทิม และทับทิมถือเป็นผลไม้ประจำชาติของอาร์เมเนียอีกด้วย
เที่ยวอาร์เซอร์ไบจัน นำชมเมืองหลวงบากู "บากู" หรือชื่อเดิม บากี เป็นภาษาเปอร์เซียแปลว่าเมืองแห่งสายลม เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอาเซอร์ไบจาน ตั้งอยู่ริมทะเลสาบแคสเปียนของภูมิภาคคอเคซัส
นำชมจุดชมวิวเมืองบากู (Sahidlar Xiyabani) ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดจากยอดเขาทั้งเจ็ดลูกของเมืองบากู เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ในมุมกว้างของเมือง สามารถมองเห็นอ่าวโค้งของทะเลสาบแคสเปียน ตัวตึกรามบ้านช่อง และอาคารสูงตระง่าน รวมทั้งท่าเรือและเรือขุดเจาะน้ำมัน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเมืองบากูมีการพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว เพราะทรัพยากรธรรมชาติพวกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีอย่างมากมายมหาศาล ระหว่างทางขึ้นจุดชมวิวจะเดินผ่านสุสานของเหล่าทหารและวีรชนที่เสียชีวิต ในสงคราม ใกล้กับจุดชมวิวจะเป็นที่ตั้งของกลุ่มอาคารรูปเปลวเพลิง (Flame Towers) เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สะท้อนถึงความทันสมัยของเมืองแห่งนี้
ทัวร์อาร์เซอรไบจัน ยังนำท่านเดินทางต่อไปยังบริเวณแหลมอับเชรอน ซึ่งเป็นที่มีไฟติดอยู่ตลอดมา ยูนาร์แด๊ก (Yunar Dag) หรือได้ชื่อว่าภูเขาแห่งไฟ (Fire Mountain) สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นมาแต่โบราณกาล ที่มีเปลวไฟเกิดจากก๊าซที่ลุกไหม้ต่อเนื่องกันนานจนเป็นที่รู้จักกันดี และได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งไฟ (Land of Fire) นักธรณีวิทยาได้เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การพุ่งของก๊าซ (Gas-Oil Volcanoes) ให้ท่านได้ชมความแปลกประหลาดกับเปลวไฟที่ติดอยู่และเกิดขึ้นต่อเนื่องกันตลอดเวลา ซึ่งบางแห่งจะพวยพุ่งออกมาประมาณ 10 ฟุต ไฟซึ่งเกิดจากก๊าซใต้ดินซึมผ่านชั้นของหินทรายที่เป็นรู พุ่งขึ้นมาเหนือพื้นดินและติดไฟได้ และที่สำคัญที่สุดได้แสดงให้เห็นแล้วว่าอาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยก๊าซธรรมชาติอย่างมากมาย
นำท่านเดินเที่ยวย่านเมืองเก่า (Baku Old City) พาชมประตูเมืองเก่าเชเมคา (Shemakha Gate) พระราชวังเชอร์วานชาค์ (Shirvanshakh's Palace) ภายในจะมีศาลตัดสินความ สุสานของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ โรงอาบน้ำโบราณ ที่พักกองคาราวาน (Caravanserai) หอสังเกตการณ์เมดาน (Maiden Tower) และ ตลาดผลไม้ในสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งก่อสร้างในยุคศตวรรษที่ 11-12 ต่อมาในปีค.ศ.1806 อาเซอร์ไบจานถูกครอบครองโดยจักรวรรดิ์รัสเซีย ที่นี่จึงเป็นศูนย์กลางทางการค้า มีร้านค้ากว่า 700 ร้าน ประชากรรวมกันกว่า 7,000 คน ภายในกำแพงเมืองเก่ามีปืนใหญ่ตั้งอยู่รายรอบ ประตูเมืองทั้งสองแห่งเปิดให้ทำการค้าและมีการตั้งสำนักงานศุลกากรขึ้นในปีค.ศ.1809 ในเวลาต่อมาเมืองบากูเริ่มขยายและถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน พวกที่คิดว่าตนเองดีกว่ารวยกว่าก็ย้ายออกไปตั้งบ้านเรือนใหม่นอกกำแพงโดยนำรูปแบบการก่อสร้างแบบบาร็อคและโกธิคมาใช้ จึงทำให้ย่านเมืองบากูใหม่มีบ้านเมืองที่คล้ายคลึงกับแถบยุโรป นอกจากนี้ในปี ค.ศ.2000 เมืองเก่าบากูได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรมอีกด้วย
โกบูสถาน (Gobustan) อุทยานโกบูสถาน ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะภาพแกะสลักและภาพวาดที่เกี่ยวกับเรื่องราวการล่าสัตว์ การต่อสู้ และพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงช่วงยุคกลาง นักมานุษยวิทยาและนักโบราณคดีคาดว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในระหว่าง 5,000-40,000 ปีที่ผ่านมา
เที่ยวจอร์เจีย ชมเมืองหลวงทบิลิซี (Tbilsi) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) หรือเรียกว่าแม่น้ำมตควารี (Mtkvari) ในภาษาท้องถิ่น เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 1,700 ปี เริ่มสร้างเมืองขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 4 โดยวาคตัง กอร์กาซาลี ( King Vakhtang Gorgasali of Katli) กษัตริย์จอร์เจียแห่งไอบีเรีย เมืองทบิลิซีเป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคมและวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์เมืองนี้อยู่ในสายทางหนึ่งของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้าเนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป
นำท่านเที่ยว เมืองมซเคตา (Mtskheta) เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของจอร์เจีย ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงทบิลิซีไป 25 กิโลเมตร ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรไอบีเรียตั้งแต่ช่วงยุค 300 ปีก่อนคริสตกาลจนกระทั่งศตวรรษที่ 5 องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียน ‘โบราณสถานแห่งเมืองมซเคตา’ ให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 1994
เดินทางสู่ อารามจวารี (Jvari Monastery) จากเนินเขาที่ตั้งของอารามจะมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามของอดีตเมืองหลวงเก่าของจอร์เจีย และเป็นบริเวณจุดบรรจบกันของแม่น้ำสองสายหลักของจอร์เจีย คือ แม่น้ำมตควารีและแม่น้ำอารักวี อารามแห่งนี้เป็นที่เก็บไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในสามอันที่สร้างในสมัยนักบุญนีโน่
ชม มหาวิหารสเวติสโฆเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ ศตวรรษที่ 11 ที่นี่คือศูนย์กลางทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในจอร์เจีย ภายในมหาวิหารแห่งนี้จะมีภาพเขียนเฟรสโก้ที่สวยงามบอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับคริสต์ศาสนา และยังมีหลุมฝังพระศพของกษัตริย์จอร์เจียที่สำคัญอีกสองพระองค์คือ กษัตริย์วาคตัง กอร์กาซาลี (King Vakhtang Gorgasali of Katli) แห่งศตวรรษที่ 4 และกษัตริย์อีเรคเคิลที่สอง (King Erekle II) แห่งศตวรรษที่ 18
นำท่านออกเดินทางต่อไปบนเส้นทางหลวงทหารจอร์เจียสายประวัติศาสตร์ (Georgian Military Highway) ทางทิศเหนือของทบิลิซีสู่เมืองคาซเบกิ บนเส้นทางหลวงทหารสายนี้ท่านจะได้เพลิดเพลินกับความงดงามตระการตาของวิวทิวทัศน์แถบเทือกเขาคอเคซัส (The Greater Caucasus) ตลอดเส้นทาง ระหว่างทางแวะชม ป้อมปราการอันนานูรี (Ananuri Fortress) ซึ่งเป็นป้อมปราการเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอารักวีใกล้อ่างเก็บน้ำซินวาลี สร้างขึ้นโดยท่านดยุคแห่งอารักวีในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 ป้อมปราการนี้ประกอบด้วยสองส่วนเข้าด้วยกัน คือ ส่วนบนที่เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมนั้นถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดี และส่วนล่างที่มีลักษณะอาคารทรงกลมอยู่ในสภาพถูกทำลายเสียหายโดยส่วนใหญ่ ปัจจุบันป้อมปราการแห่งนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นมรดกโลก (Unesco Tentative List)
สิ่งที่ไม่ควรพลาดในการมาเที่ยวจอร์เจีย คือการไปชมวิหารบนยอดเขา ที่เมืองสเตปันทสมินดา (Stepantsminda) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า เมืองคาซเบกิ (Kazbegi) คาซเบกิเป็นชื่อเรียกในสมัยที่ถูกปกครองโดยสหภาพโซเวียต เมืองใกล้ชายแดนรัสเซียที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความงามทางธรรมชาติของทิวทัศน์และยอดเขาคาซเบ็ก (Mount Kazbek) ซึ่งมีความสูง 5,047 เมตร เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับเจ็ดของเทือกเขาคอเคซัส
นำท่านนั่งรถจี๊ป 4WD ขึ้นสู่ยอดเนินเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์สมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba Church/Gergeti Trinity Church) ในระดับความสูง 2,170 เมตรที่อยู่ใกล้หมู่บ้านเกอเกติ โบสถ์เก่าแห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 มีอายุกว่า 700 ปี ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของจอร์เจีย และได้ขึ้นหน้าปกของหนังสือท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Lonely Planet ด้วย
เที่ยวอาร์เมเนีย ที่เมืองดิลิจาน (Dilijan) ทางตอนเหนือของทะเลสาบเซวาน ริมแม่น้ำอัคซเทป อยู่สูง 1,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีป่าเขียวชอุ่มและอากาศเย็นสดชื่นตลอดปี จึงกลายเป็นเมืองที่สำคัญทางด้านการท่องเที่ยว และได้ชื่อว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งอาร์เมเนีย (Little Switzerland of Armenia) เดินทางผ่าน เมืองเซวาน แวะเก็บภาพความสวยงามของทะเลสาบเซวาน (Sevan Lake) ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเขตเทือกเขาคอเคซัส และโบสถ์เซวานาแวงค์ (Sevanavank Monastery) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบทางตะวันตกเฉียงเหนือ สร้างโดยเจ้าหญิงมาเรียม พระธิดาของกษัตริย์อาชอตที่ 1 (Ashot I) ในปีค.ศ.874
นำท่านไปชมความสวยงามของ การ์นี่จอร์จ (Garni Gorge) ซึ่งเป็นช่องเขาและมีลำธารน้ำไหล อยู่ในหมู่บ้านการ์นี่รวมถึงแม่น้ำอาซัดที่ไหลผ่าน และตามทางเดินของช่องเขาและเป็นเนินหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผาจะมีแท่งหินที่เกิดจากธรรมชาติเป็นจำนวนมาก จากธรรมชาติที่เกิดขึ้นจะสอดคล้องกับลักษณะภูมิประเทศอันสวยงาม จึงทำให้ธรรมชาติที่เกิดขึ้นนี้ มีชื่อเสียงสำหรับนักท่องเที่ยวมาก ถัดจากเมืองการ์นีขึ้นไปทางเหนือ บริเวณหุบเขาใกล้แม่น้ำอาซัด (Azat River) นำท่านชมสถาปัตยกรรมวัดถ้ำ หรือ วิหารเก็กฮาร์ท (Geghard Monastery) ที่แกะสลักจากภูเขาหิน (คล้ายวิหารฮินดู ที่เมืองอจันต้า-อินเดีย) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4 ซึ่งเป็นยุคที่ศาสนาคริสต์กำลังรุ่งเรือง แต่มาถูกทำลายในช่วงศตวรรษที่ 9 จากการรุกรานของชาวอาหรับอย่างไรก็ตามภายในวิหารยังมีการตกแต่งที่สวยงาม มีการตัดหินเป็นรูปคานโค้งอย่างงดงาม รวมทั้งมีภาพแกะสลักบนกำแพงหินในรูปต่างๆที่สื่อความหมายต่างๆอีกด้วย
ทัวร์คอเคซัส นำชมเมืองหลวงทั้ง 3 ประเทศ เราไม่พลาดชมเมืองหลวง กรุงเยเรวาน (Yerevan) เมืองที่มีประวัติย้อนไปในยุคศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาล เดิมชื่อ เมืองเยเรบูนี่ (Erebuni) เมืองหลวงแห่งนี้จัดเป็นเมืองที่สวยงามแห่งหนึ่งในแถบภูมิภาคคอเคซัส ที่มีรูปแบบโครงสร้างอาคารสถาปัตยกรรมในตัวเมือง มีกลิ่นอายของการผสมผสานระหว่างยุโรปและรัสเซีย และตั้งอยู่ในระดับสูงกว่า 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อากาศจึงเย็นสบาย กรุงเยเรวานตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ราบหุบเขาอารารัต มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านชื่อ แม่น้ำราซดัน (Hrazdan River) อ่านรายละเอียดโปรแกรมทัวร์คอเคซัส อาเซอร์ไบจัน จอร์เจีย อาร์เมเนีย เพิ่มเติมข้างล่างนี้
ทัวร์คอเคซัส เราจัดเที่ยวแบบครบถ้วน ที่พักหรู อาหารเลิศ ไม่ต้องจ่ายแพง
ทัวร์คอเคซัส 12 วัน ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี : วันเสาร์ที่ 11 - วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2568 (12 วัน 10 คืน)